วิธีง่ายๆ เล่นเน็ตให้ปลอดภัย จากภัยคุกคามต่างๆ

แม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะมอบโอกาสที่ยอดเยี่ยมในด้านความบันเทิง การศึกษา การเชื่อมต่อ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ใครก็ตามที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตควรมีความเข้าใจในความปลอดภัยออนไลน์ขั้นพื้นฐาน หลักพื้นฐานง่ายๆ สำหรับการใช้ระบบออนไลน์ให้ปลอดภัยก็คือ เราคงต้องยอมเพิ่มขั้นตอนในการเข้าถึงบริการต่างๆ สักเล็กน้อย ซึ่งมันอาจจะทำให้ยุ่งยากขึ้นบ้าง แต่ก็จะช่วยให้เราใช้บริการออนไลน์ได้ปลอดภัยขึ้น เพราะต้องยอมรับว่า แฮคเกอร์วันนี้เก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ

1. ใช้บัญชีอีเมล์ที่แตกต่างกันในแต่ละบริการ

ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนที่ใช้อีเมล์เดียวกับทุกบริการ รับรองว่า คุณจะต้องปวดหัวกับสแปม (spam) อีเมล์ขยะที่ถล่มจนล้นเมล์บ๊อกซ์ อีกทั้งยังเป็นการเสี่ยงต่อการโดนแฮคที่น่ากลัวทีสุดอีกด้วย เพราะแฮคเกอร์แค่เจาะเมล์คุณได้เพียงบัญชีเดียวก็สามารถเข้าใช้บริการอื่นๆ ได้หมดเลย คำแนะนำง่ายๆ ในข้อแรกนี้ก็คือ เราควรจะมีอีเมล์ที่แตกต่างกันสำหรับการใช้บริการออนไลน์แต่ละประเภท เช่น อีเมล์หนึ่งใช้กับธนาคารออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ ส่วนอีกอีเมล์หนึ่งใช้กับโซเชียลเน็ตเวิร์ก

buy clomid and nolvadex australia 2. ท่องเว็บในโหมดไม่ระบุตัวตน

ปัจจุบัน บราวเซอร์จะมีโหมดการท่องเว็บแบบไม่ระบุตัวตน ซึ่งจะให้ความเป็นส่วนตัวกับผู้ใช้ โดยบราวเซอร์จะไม่เก็บข้อมูลประวัติการท่องเว็บของเรา ดังนั้นเวลาไปใช้คอมพิวเตอร์ของคนอื่น หรือร้านเน็ต แล้วไม่ต้องการให้เจ้าของเครื่อง หรือสถานบริการรู้ได้ว่า เราเข้าไปที่ไหน ล็อกอินอะไรบ้าง ให้เปิดโหมดการทำงานแบบไม่ระบุตัวตน ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้ได้ทุกบราวเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น Chrome หรือ Firefox

see this website 3. เลือก Public Network Wi-Fi เวลาใช้บริการเน็ตสาธารณะ

เวลาใช้เน็ตสาธารณะตามร้านกาแฟ ให้เเลือกตั้งค่า Set Network Location บน Windows เป็น Public Network เนื่องจากในโหมดนี้ จะทำให้คอมพิวเตอร์ ปลอดภัยจากการมองเห็นโดยคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ที่เชื่อมต่อบนเครือข่ายเดียวกัน และป้องกันการโจมตีจากมัลแวร์ต่างๆ เนื่องจากมันจะมีการจำกัดการทำงานของซอฟต์แวร์บางตัวที่มีการสื่อสารออนไลน์ และติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราด้วย ยังไงก็ก่อนไร้สายผ่านเครือข่ายสาธารณะ อย่าลืมตั้งเป็น Public Network

4. คำถามลับสำหรับระบุตัวตน อย่าตอบตามจริง?

เวลาสมัครใช้บริการออนไลน์ต่างๆ บางแห่งจะมีการให้คุณคิดคำตอบสำหรับคำถามเบื้องต้นทีมีให้เลือก เพื่อเอาไว้ระบุตัวตนของคุณ เวลาที่เราต้องการแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลของเรา ตัวอย่างคำถามเช่น สัตว์เลี้ยงตัวแรกชื่ออะไร? ครูที่คุณชอบ? เพื่อนที่ดีที่สุดสมัยตอนเด็ก? คำแนะนำก็คือ อย่าตอบตามจริง หลายคนพาซื่อตอบด้วยข้อมูลจริง ซึ่งอันนี้จะถูกแฮคง่ายมาก โดยเฉพาะคนใกล้ชิดที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณ การเลือกตอบไม่ให้ตรงเป๊ะกับ secret question เหล่านี้ อาจจะใช้การคิดตรงข้ามก็ได้ แทนที่จะตอบเพื่อนที่ดีทีสุด อาจจะใส่ชื่อเพื่อนที่แย่ที่สุดไปแทน เป็นต้น – -”

5. จะแชร์อะไรในโซเชียลก็ระมัดระวังกันหน่อย

หลายคนคุ้นเคยกับการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยเฉพาะ Facebook จนบางครั้งบางทีเผลอคิดไปว่า เรามีแต่เพื่อนๆ เท่านั้น การเลือกค่า privacy โดยเฉพาะเวลาโพสต์ข้อความ ซึ่งปกติจะไม่ค่อยได้ใส่ใจกันมากนัก เอะอะรู้สึกอย่างไรก็โพสต์เลย บางทีเรื่องส่วนตัวก็เลยกลายเป็นเรื่องสาธารณะไปซะงั้น บางเรื่องอยากจะบอกระบายกับแค่เพื่อนสนิท ก็กลายเป็นแฉเรื่องส่วนตัวสาธารณะไปเลย ตรงนี้ต้องระวังเวลาโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือคลิปบนออนไลน์ มันไปแล้วอยู่เลย ถึงลบหาย แต่ถ้าถูกก็อปปี้ไปแล้ว มันก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี เรื่องส่วนตัวบางเรื่่องถ้าเลี่ยงที่จะโพสต์ได้ อาจใช้โทรคุยจะดีกว่า หรือถ้าจะโพสต์ก็เลือกให้มันไปถึงเฉพาะกลุ่มที่เราต้องการจะดีกว่า

6. ตั้งค่า Wi-Fi ในบ้านให้ปลอดภัยขึ้นอีกนิด

ในการเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างปลอดภัยจะเป็นเรื่องของการตั้งค่าเราท์เตอร์สำหรับ Wi-Fi ในบ้านของเรา นอกจากการตั้ง password และมีการเข้ารหัสข้อมูลแล้ว มันยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่อาจจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญนิดนึงเวลาทำ นั่นก็คือ การกรอง (filter) MAC Address โดย MAC Address จะหมายถึง หมายเลขประจำตัวที่อยู่ในการ์ดเน็ตเวิร์กที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งชุดหมายเลขนี้จะไม่มีการซ้ำกัน นั่นหมายความว่า ผู้ที่จะเข้าถึงเครือข่ายไร้สายของเราได้นั้นจะต้องมีการ์ดเน็ตเวิร์กที่เราให้อนุญาตเท่านั้น ถ้าไม่มีก็หมดสิทธิ์ อาจจะยากสักหน่อยสำหรับมือใหม่ แต่ซีเชื่อว่าไม่ยากเกินไปถ้าเราจะลองศึกษา